ห้ามพลาด
1491727273043

โปรแกรม วังเวียง หลวงพระบาง เวียงจันทน์ 5 วัน 4 คืน (KJ.014)

DSC_09121491727120919

ล่องเรือชมบรรยากาศเขื่อนน้ำงึม  – ถ้ำจัง –ระเพณีตักบาตรข้าวเหนียว-ชมความเก่าแก่ของวัดเชียงทอง-วัดวิชุนราชพระธาตุภูสี- สัมผัสบรรยากาศความงามของธรรมชาติที่น้ำตกตาดกวางซี – สวนสัตว์อนุรักษ์พันธุ์หมี – นมัสการพระธาตุหลวง – ช๊อปปิ้งตลาดมืด-สินค้าปลอดภาษีดิวตี้ฟรี

( นอนวังเวียง 1 คืน หลวงพระบาง 2 คืน และเวียงจันทน์ 1 คืน )

วันแรก
08.00 น. รถลาวของบริษัทขวัญใจ ทราเวล 2004 รับคณะทัวร์ทุกท่านที่บริเวณจุดนัดหมายภายในตัวเมืองจังหวัดหนองคาย พร้อมออกเดินทาง เคลียร์เอกสารที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองฝั่งไทย และ ด่านตรวจคนเข้าเมืองฝั่งลาวหลังจากนั้น พร้อมเดินทางเข้าสู่กำแพงนครเวียงจันทน์
09.00 น. ออกเดินทางสู่เขื่อนน้ำงึม ทางผ่านตลาดพื้นเมืองหลัก 52 และแวะเข้าพักผ่อนอิริยาบถที่เมืองโพนธง
11.30 น. แวะถ่ายรูปเป็นที่ระลึกที่บริเวณหน้าเขื่อนน้ำงึม
12.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวันที่ เขื่อนน้ำงึม ( มื้อที่ 1 ) พร้อมล่องเรือชมบรรยากาศความงามของเขื่อนน้ำงึมที่ผลิตกระแสไฟฟ้าส่งให้กลับประเทศไทยในเขตภาคอีสานตอนบน
13.00 น. ออกเดินทางสู่เมืองวังเวียง
16.30น. เที่ยวชม ถ้ำจัง และบ่อน้ำแร่ธรรมชาติพร้อมชมความงามทางธรรมชาติของน้ำซอง ( พร้อมแจกเบรก อาหารว่าง ได้แก่น้ำผลไม้ น้ำเปล่า ขนม ผ้าเย็น)
16.30น. ชมบรรยากาศของแม่น้ำซอง ซึ่งเป็น แม่น้ำสายหลักและเป็นสายสำคัญของเมืองวังเวียง
17.30น. เข้าเช็คอินน์ที่ โรงแรมวิไลวงค์หรือเทียบเท่า
18.00 น. ร่วมรับประทานอาหารเย็นที่โรงแรม ( มื้อที่ 2) หลังจากนั้นเที่ยวชมบรรยากาศยามค่ำคืนของเมืองวังเวียง คณะสามารถปั่นจักรยานเที่ยวชมบรรยากาศยามของเมืองวังเวียงพร้อมพักผ่อนตามอัธยาศัย ( ค่าเช่าจักรยาน คันละ50 -60 บาท  ไม่รวมในทริปทัวร์)
วันที่สอง
07.00น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม( มื้อที่ 3 )
08.00 น. ออกเดินทางสู่เมืองมรดกโลกหลวงพระบาง ผ่านเมืองกาสี พร้อมชมบรรยากาศระหว่างทางที่สวยงามไปด้วยธรรมชาติสองข้างทาง
10.00น. แวะพักผ่อนอิริยาบถทำภารกิจส่วนตัว ( เข้าห้องน้ำ )ที่จุดชมวิวภูเพียงฟ้า   จุดชมวิวที่สวยที่สุดก่อนถึงหลวงพระบาง ( พร้อมแจกเบรก อาหารว่าง ได้แก่น้ำผลไม้ น้ำเปล่า ขนม ผ้าเย็น) ผ่านเมืองภูคูณซึ่งเป็นเมืองงามไปด้วยที่เต็มไปด้วยของคนชนเผ่าต่างที่อาศัยอยู่ในเมืองนี้ และยังเป็นเส้นทางที่ต้องแยกไปเมืองเชียงขวางที่สวยงามด้วยธรรมชาติ ผ่านหมู่บ้านกิ่วกระจำซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดอากาศหนาวมาก
12.00น. รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารหลวงพระบาง ( มื้อที่ 4 )
13.00 น. ออกเดินทางเที่ยวชมธรรมชาติของ น้ำตกตาดกวางสี เป็นน้ำตกหินปูนขนาดใหญ่สูงราว 70 เมตร มีสายน้ำไหลอาบมาตามหน้าผาผ่านโขดหินน้อยใหญ่ รูปทรงแปลกตา มีน้ำไหลตลอดปี สภาพ ป่ามีความร่มรื่น ด้านล่างมีสะพานและเส้นทางเดินชมรอบๆ น้ำตกและที่นั่งให้ชมวิวทิวทัศน์  รวมทั้งมีห้องสำหรับเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวสำหรับท่านที่ต้องการลงเล่นน้ำตก อีกด้วย แต่หากต้องการความเงียบสงบและเป็นส่วนตัวสามารถเดินลัดเลาะขึ้นไป ยังน้ำตกชั้นบน และทางขึ้นไปน้ำตกชั้นบน จะพบกับสวนสัตว์ที่อนุรักษ์พันธุ์หมี ซึงปัจจุบันเหลือแค่หมีดำ ที่ยังคงหลงเหลือและอนุรักษ์ไว้ให้เราได้ไปสัมผัส
16.00น. เดินทางเข้าเช็คอินน์ที่โรงแรมโชคพันคำหรือเทียบเท่า
18.00 น. ร่วมรับประทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารวุฒิวงค์   ( มื้อที่ 5 )หลังจากนั้นเที่ยวชมและเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองที่ตลาดมืด (ไนซ์บาร์ซ่า) ตลาดมืดหรือตลาดกลางคืนถือเป็นแหล่งช็อปปิ้งแหล่งใหญ่ของนักท่องเที่ยวเนื่องจากจะมีพ่อค้าแม่ค้าชาวหลวงพระบางนำสินค้าของตนมาวางจำหน่ายอาทิเช่น เสื้อยืดสกรีนภาษาลาว, เครื่องเงิน, ผ้าทอ, ผ้าห่ม,ปลอกหมอน, โคมไฟที่ทำจากกระดาษสา ฯลฯพร้อมพักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่สาม
05.00 น. ร่วมทำบุญตักบาตรข้าวเหนียวประเพณีเก่าแก่ของเมืองหลวงพระบาง พร้อมกับประชาชนชาวหลวงพระบาง ซึ่งพระสงฆ์และสามเณรจากวัดต่างๆ ทั่วเมืองหลวงพระบางจะออกบิณฑบาตเป็นแถวนับร้อยรูป ซึ่งเป็นภาพอันน่าประทับใจและสื่อถึงความศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาของชาวเมืองหลวงพระบาง  **หมายเหตุ ไม่รวมกระติ๊บข้าวเหนียว ท่านไหนต้องการมีค่าใช้จ่าย ท่านละ100 บาท ต่อ 1 ชุด กรุณาแจ้งหัวหน้าทัวร์)
06.00 น. เดินเที่ยวชมบรรยากาศวิถีชาวบ้านของเมืองหลวงพระบางที่ตลาดเช้า ตลาดสดให้ท่านเลือกซื้ออาหารพื้นเมืองและชมของป่าซึ่งของป่าบางชนิดก็แปลกตาและเป็นที่สนใจของเหล่านักท่องเที่ยวผู้มาเยือน
07.00 น. ร่วมรับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม( มื้อที่ 6 )
08.30 น. ออกเดินทางเที่ยวชม สถานที่ต่าง ๆ ดังนี้*  พระราชวังเก่าของกษัตริย์ลาว เดิมคือพระราชวังเดิมของเจ้ามหาชีวิต สร้างเมื่อพ.ศ.2447หลังจากการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลลาวใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงโบราณวัตถุและสิ่งของมีค่าต่างๆ อาทิ ธรรมาสน์ บัลลัง เครื่องสูงและราชูปโภคของเจ้าชีวิต ของขวัญจากประเทศต่างๆ ที่สำคัญที่สุดคือ พระบาง พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ซึ่งประดิษฐานอยู่ในไตรหอทางปีกขวาของพระราชวังเป็นการชั่วคราว

* พระธาตุภูสีพระธาตุนี้มองเห็นได้แต่ไกลแทบจะทุกมุมเมืองของหลวงพระบาง รอบๆพระธาตุจะมีทางเดินให้ชมวิวทิวทัศน์ ซึ่งสามารถทำให้เห็นวิวของเมืองหลวงพระบางได้โดยรอบ มีบันไดขึ้นยอดพูสี 328 ขั้น ตลอดทางขึ้นร่มรื่นไปด้วยต้นจำปา ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำชาติลาว ( พร้อมแจกเบรก ได้แน้ำ ผลไม้ น้ำเปล่า ขนม ผ้าเย็น)

* ชมวัดเก่าแก่ของเมืองหลวงพระบาง   วัดวิชุนราช สร้างขึ้นเพื่อประดิษฐาน พระบาง ซึ่งอาราธนามาจากเมืองเวียงคำ สร้างโดยพระเจ้าวิชุนราชในปีพ.ศ. 2057 และตั้งชื่อวัดตามพระนามของพระองค์เอง ภายในวัดวิชุนราชมีปทุมเจดีย์หรือพระธาตุดอกบัวด้วยรูปทรงของเจดีย์มีลักษณะคล้ายแตงโมผ่าครึ่ง และเจดีย์รูปทรงแปลกตานี้เองจึงทำให้ชาวเมืองหลวงพระบาง เรียกว่า พระธาตุหมากโม

* วัดเชียงทอง   เป็นวัดที่เก่าแก่มากที่สุดวัดหนึ่งในหลวงพระบาง สร้างในระหว่าง พ.ศ. 2102-2103 โดยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช กษัตริย์ผู้ครองอาณาจักรล้านช้างและล้านนาก่อนที่พระองค์จะย้ายเมืองหลวงมายังนครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งเป็นวัดที่สำคัญและมีความงดงามที่สุด จนได้รับการยกย่องจากนักโบราณคดีว่าเป็นดั่งอัญมณีแห่สถาปัตยกรรมลาว

12.00น. รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารเทพบุปผา ( มื้อที่ 7 )
            **ชมเฮือนมรดกเชียงม่วน “บ้านไม้เก่าแก่ที่สุดในหลวงพระบาง”เป็นอาคารอนุรักษ์ขององค์การยูเนสโก กล่าวกันว่า ดั้งเดิมเป็นของพระยาหมื่นนา ขุนนางในราชสำนักล้านช้าง ในสมัยหนึ่งขุนนาง และคหบดีเมืองหลวงพระบางนิยมปลูกเรือนตึกแบบฝรั่ง ทำให้อาคารไม้แบบเดิมถูกรื้อไปมาก ที่เหลือสภาพสมบูรณ์อยู่ก็เฉพาะเรือนหลังนี้เท่านั้น นับเป็นสัญลักษณ์ของการเป็นมรดกโลกที่องค์การยูเนสโกได้อนุรักษ์ไว้เป็นแบบอย่างของบ้านลาวยุคโบราณ

           “ย่านชุมชนบ้านเจ๊ก” ที่ในอดีตคือย่านค้าขายและที่อยู่ของคนจีนและเวียดนามที่มาทำงานเป็นลูกมือ    ฝรั่งเศส คนลาวจึงเรียกย่านนี้ว่า “บ้านเจ๊ก” มาในวันนี้ย่านบ้านเจ๊กแปรสภาพเป็นร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ร้านกาแฟ ร้านอินเทอร์เน็ต ฯลฯ แต่ว่าลักษณะภายนอกของอาคารก็ยังคงไว้ด้วยสภาพตึกแถวสไตล์โคโลเนียลของ ฝรั่งเศส ซึ่งน่าชมไปด้วยผนังปูนสีอ่อนมุงหลังคากระเบื้องดินเผาที่เข้ากันอย่างลงตัว กับเสา ประตูหน้าต่าง และบัวประดับผนัง นับเป็นเสน่ห์อันน่ายลอีกอย่างหนึ่งของหลวงพระบาง

* เที่ยวชม “วัดใหม่สุวันพูมาราม ซึ่งอยู่ถนนศรีสว่างวงศ์ติดกับพระราชวังหลวง  วัดนี้เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชบุญทัน ปัจจุบันใช้เป็นโรงเรียนปริยัติธรรม

          *วัดทาดน้อยหรือวัดพระมหาธาตุราชบวรวิหาร สร้างในปีพ.ศ. 2091 สมัยพระเจ้าไซยเชษฐาธิราชได้รับการบูรณะมาแล้วหลายครั้ง แต่ครั้งที่สำคัญเกิดขึ้นในปีพ.ศ.2453 โดยเจ้ามหาอุปราชบุญคง ภายในสิม แบบล้านช้างมี “ราวเทียน” รูปนาค 24 ตัว ฝีมือการแกะวิจิตรงดงาม หน้าสิมมีเจดีย์ธาตุองค์ใหญ่ บรรจุอัฐิของเจ้าเพชรราชรัตนวงศา อดีตนายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศลาว และถือเป็นรัฐบุรุษของประเทศลาวยุคใหม่ เฉพาะ พระอุโบสถขนาดใหญ่ มีการตกแต่งเพิ่มเติมรูปสลักบนบานประตูและ  หน้าต่าง แสดงเรื่องเล่าชาดกพระสุธนมโนราห์ดูสวยงามเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นฝีมือสกุลช่างพ่อเฒ่าเพียตัน ด้านหลังมีพระธาตุเจดีย์ยอดทรงระฆังประดับเศวตฉัตร 17 ช่อ นั้นหมายถึง วัดนี้สร้างโดยพระมหากษัตริย์หรือเจ้าชีวิต

           *วัดสิริมงคลไชยยาราม ตัววัดหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ศาสนสถานส่วนใหญ่ยังคงสภาพเดิม เล่าสืบต่อกันมาว่าสร้างในปีพ.ศ. 2306 ในรัชสมัยพระเจ้าโชติกะกุมาร สิมหรืออุโบสถมีลักษณะแบบหลวงพระบางโดยทั่วไป ได้รับซ่อมแซมครั้งล่าสุดเมื่อปี พ.ศ. 2488 ช่างสกุลผู้รับหน้าที่ปฏิสังขรณ์ เปลี่ยนไปตามยุคสมัย จึงทรงผลให้รูปทรงสถาปัตยกรรมของวัดนี้เป็นแบบผสมผสานตามไปด้วย เห็นได้อย่างชัดเจนจากระเบียงโถงด้านหน้าเป็นศิลปะแบบหลวงพระบาง ทรวงทรงหลังคาเป็นแบบเชียงขวาง และประดับตกแต่งด้วยกระจกสีโมเสกแบบเวียงจันทน์ หน้าจั่วประดับลวดลายสวยงาม

เที่ยวชม วัดแสนสุขาราม วัดที่มีศิลปะของล้านช้างดูได้จากหลังคาและศิลปะของพระซึ่งเป็นพระพุทธรูปยืนที่ชาวหลวงพระบางให้ความเคารพศรัทธา สร้างขึ้นในคริสศตวรรษที่ 15 ตรงกับรัชสมัยของพระเจ้ากิ่งกฤษราช ตามประวัติศาสตร์เล่ากันว่าชื่อของวัดมาจากเงินจำนวน 100,000 กีบ ที่มีผู้บริจาคให้เป็นทุนในการก่อสร้าง เป็นวัดเก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นภายหลังนครหลวงพระบางแยกออกจากนครเวียงจันทน์เป็นอีกอาณาจักรหนึ่ง ก่อนหน้านั้นบริเวณที่สร้างวัดแสนมีวัดเก่าอยู่ก่อน สิ่งแรกเมื่อมาถึงคือการไปชมพระพุทธรูปยืนองค์ใหญ่ ซึ่งถือว่าเป็นพระพุทธรูปยืนองค์เดียวในหลวงพระบาง มีพระพักตร์ที่งดงามผ่องแผ้ว ข้างหอพระยืนมีหอรอยพระพุทธบาทจำลอง ส่วนพระอุโบสถดูวิจิตรการตาเต็มไปด้วยการเขียนภาพสีทองลงบนพื้นสีแดง ภายในตกแต่งประดับประดาอย่างงดงาม พระประธานของวัดมีชื่อว่า “พระองค์หลวง” มีลักษณะงดงามชดช้อย วัดแสนได้รับการบูรณะ 2ครั้ง ครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ. 2475 ครั้งที่สองเมื่อปีพ.ศ. 2500 ส่วนการประดับลวดลายปิดทองที่สวยงามนั้นบูรณะเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 20 โดยช่างในวังหลวงของหลวงพระบางนั่นเอง

ชม ศูนย์ทอผ้าลาวหลวงพระบางที่ “ออกพบตก” คำแปลที่มาจาก “East meet West” เป็นการเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากันผ่านสิ่งทอ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวคิด วัฒนธรรม ตัวแทนตะวันออกคือ “แวว” สาวลาวที่แม่ของเธอเป็นช่างทอผ้าชื่อเสียงลือเลื่องในหลวงพระบาง และตัวแทนตะวันตกคือ โจ แอนนา สาวช่างภาพนิตยสารที่อังกฤษ เดินทางมาค้นหาสิ่งที่แตกต่างให้กับชีวิต ความลงตัวมาพบกับกันเมื่อทั้งสองต่างก็มีความสนใจร่วมในสิ่งเดียวกัน และร่วมก่อตั้งขึ้นมา

เดินทางสู่ ตลาดดารา เพื่อชม เครื่อง เงิน ผ้าทอมือที่มาจากแขวงหัวพัน ซำเหนือ และหลวงพระบาง นอกจากนั้นยังมีผ้าทอของไทลื้อ และผ้าทอจากลาวสูง ทอเป็นผ้าซิ่น หมวก ย่าม ฯลฯภาพ

17.00น. เดินทางกลับสู่ที่พักโรงแรมในหลวงพระบาง
18.00 น. ร่วมรับประทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารมีไชยผล ( มื้อที่ 8) หลังจากนั้น พักผ่อนตามพักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่สี่
05.00น. เช็คเอาท์ออกจากโรงแรมที่พัก พร้อมออกเดินทางกลับ
08.00 น. รับประทานอาหารเช้า( มื้อที่ 9 )
09.00 น. ออกเดินทางกลับเมืองวังเวียง ผ่านเมืองภูคูณซึ่งเป็นเมืองงามไปด้วยที่เต็มไปด้วยของคนชนเผ่าต่างที่อาศัยอยู่ในเมืองนี้ และยังเป็นเส้นทางที่ต้องแยกไปเมืองเชียงขวางที่สวยงามด้วยธรรมชาติ
10.30น. ระหว่างทางผ่าน ผาตั้ง เป็นสถานที่ธรรมชาติและสวยงามซึ่งเป็นภูเขาที่ตั้งอยู่กลาง แม่น้ำซองซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของเมืองวังเวียง ผ่านหมู่บ้านเลียงผา   เป็นหมู่บ้านที่ผลิตน้ำมันเลียงผาเป็นอาชีพหลัก ซึ่งน้ำมันเลียงผา มีสรรพคุณช่วยรักษาเรื่องไขข้อกระดูก
12.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านไผ่คำ เมืองวังเวียง ( มื้อที่ 10)
13.00น. เดินทางมุ่งสู่กำแพงนครเวียงจันทน์
15.00น. แวะพักผ่อนอิริยาบถ ทำภารกิจส่วนตัว เข้าห้องน้ำ ที่เมืองแสนชุม ( พร้อมแจกเบรกอาหารว่าง ได้แก่น้ำผลไม้ น้ำเปล่า ขนม ผ้าเย็น)
15.20น. เดินทางกลับเข้าสุ่นครหลวงเวียงจันทน์
17.00น. เข้าเช็คอินนท์โรงแรมละอองดาว
18.00น. รับประทานอาหารเย็นที่โรงแรม (มื้อที่ 11) และพักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่ห้า
07.00น. รับประทานอาหารเช้า พร้อมเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมที่พัก( มื้อที่12)
08.00น เดินทางเข้าสักการะบูชา วัดเจ้าแม่สีเมือง     เป็นวัดที่ชาวลาวให้ความเคารพบูชา   และมีตำนานเล่าขานมานาน100 ปี     ภายในวัดสีเมืองนี้ยังเป็นที่ตั้งของศาลหลักเมืองอันศักดิ์สิทธิ์   ซึ่งเป็นศาลหลักเมืองเพียงหลักเดียวของประเทศลาว
09.00น. เข้าเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์หอพระแก้ว ที่เคยเป็นที่ประดิษฐานของพระแก้วมรกตก่อนที่จะถูกอันเชิญไปประดิษฐานที่กรุงเทพมหานครในสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี ปัจจุบันเหลือเพียงแค่แท่นที่ประดิษฐานภายในหอพระแก้ว   หอพระแก้วในปัจจุบันได้ถูกบูรณะใหม่เกือบทั้งหมดเพราะเคยถูกทำลายในสมัยสงคราม   ปัจจุบันภายในพิพิธภัณฑ์หอพระแก้วนั้น ได้จัดแสดงพระแท่นบัลลังก์ปิดทองจารึกพระไตรปิฎก ภาษาขอมและกลองสำริดประจำราชวงศ์ลาว   ใบเสมาต่างๆ และพระพุทธรูปศิลปะล้านช้างปางต่างๆ   ( พร้อมแจกเบรก ได้แก่ น้ำเปล่า ( ขวด ) + ผ้าเย็น )
10.00น. แวะเข้าชมสินค้าพื้นบ้านของประเทศลาวที่ชาวลาวผลิตเอง เช่น ประเภทผ้าไหม     เครื่องเงินต่างๆของฝากที่แสดงได้ถึงเอกลักษณ์ของประเทศลาวที่ร้านผลิตภัณฑ์สินค้าพื้นเมืองลาว
11.30น. แวะถ่ายรูปเป็นที่ระลึกที่   อนุสาวรีย์ประตูชัย สถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศสที่สวยงามและยังคงอนุรักษ์ให้เหมือนเดิมตลอดมา ประตูชัยถือได้ว่าตั้งอยู่ใจกลางของเมืองและเป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นของเมืองนครหลวงเวียงจันทน์
12.00น. รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคารเฟื่องฟ้า (มื้อที่ 13 )
13.00น. เข้าเลือกชมและเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกต่างๆ ประเภทของฝากกระเป๋า เข็มขัด  ที่ร้านไต้หวัน
14.00น. เข้าเที่ยวชมและสักการะ พระธาตุหลวงโบราณสถานคู่ประเทศลาว เป็นสถานที่บรรจุอัฐิของพระพุทธเจ้าในส่วนหัวเหน่า พระธาตุหลวงสร้างขึ้นพร้อมกับการตั้งนครหลวงเวียงจันทน์ขึ้นเป็นเมืองหลวงจากเมืองหลวงเดิมคือเมืองหลวงพระบาง   พระธาตุหลวงถือเป็นปูชนียสถานที่สำคัญคู่กับพระธาตุพนมเพราะตามตำนานเล่าว่าพระธาตุหลวงและพระธาตุพนมนั้นถูกสร้างขึ้นพร้อมกัน
15.00น. เดินทางกลับยังชายแดนลาว พร้อมเข้าเลือกซื้อสินค้าปลอดภาษี ประเภท เหล้า   ไวน์ บุหรี่ ที่ดิวตี้ฟรี ระหว่างรอเจ้าหน้าที่เคลียร์เอกสาร ( พร้อมแจกเบรกได้แก่ น้ำผลไม้ + ผ้าเย็น )
17.00น. เดินทางกลับประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ

 

อัตราค่าบริการทัวร์

                  จำนวน ราคา
8- 15   ท่าน   10,500 บาท
16 – 20 ท่าน 10,000 บาท
21 – 25 ท่าน 8,500 บาท
26 – 29 ท่าน 8,000 บาท
30 – 35 ท่าน 7,500 บาท
36 – 39 ท่าน 7,200 บาท
40  ท่านขึ้นไป 7,000 บาท

เอกสารที่ใช้ในการเดินทางPASSPORT  ที่มีอายุการเดินทางไม่ต่ำกว่า 6 เดือน 

 

 กรุณาส่งรายละเอียดหน้าพาสปอร์ตให้บริษัทฯอย่างน้อย 10 -15 วัน ก่อนวันเดินทาง เพื่อประโยชน์ของท่านเอง

ราคานี้รวม

  • ค่ามัคคุเทศก์ไทย
  • มัคคุเทศก์ท้องถิ่นลาว
  • ค่าเที่ยวชม ที่ระบุในโปรแกรม
  • ค่าอาหาร 13 มื้อในโปรแกรม
  • ค่าองค์การท่องเที่ยวลาว ( ตามที่กฎหมายท่องเที่ยวลาวได้บัญญัติไว้ )
  • ค่าที่พัก 4 คืน ห้องละ 2 ท่าน
  • ค่าธรรมเนียม ต.ม. ไทย และ ลาว
  • น้ำดื่ม ( ขวด ) + ผ้าเย็น เครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยว แจกระหว่างการเดินทางตลอดโปรแกรม
  • ค่า รถ (รถลาวปรับอากาศของบริษัทขวัญใจทราเวลข้ามรับ– ข้ามส่ง)บริเวณจุดนัดหมายเนื่องจากสะดวก สบายในการขนย้ายสัมภาระและไม่เป็นการเสียเวลาในการเปลี่ยนรถและขนย้าย สัมภาระที่ด่านตม.
  • งานเลี้ยงตอนเย็นที่โรงแรม มีบริการ Solf Drink ได้แก่ น้ำอัดลม น้ำแข็ง น้ำเปล่า และโซดา ยกเว้นเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์
  • โปรแกรมและราคาสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมและภัยธรรมชาติ โดยจะคำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ

 อัตรานี้ไม่รวม

  • ค่าทิปมัคคุเทศก์นำเที่ยวไทยและมัคคุเทศก์ท้องถิ่นลาว
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย
  • ค่ามินิบาร์ในโรงแรมที่พัก
  • ค่าบริการอื่นๆ นอกเหนือที่กำหนดในโปรแกรม
  • อาหาร / เครื่องดื่ม นอกเหนือจากโปรแกรม
  • ค่าประกันภัยธรรมชาติ , ประกันชีวิตส่วนตัว
  • กิจกรรมล่องห่วงยาง, กิจกรรมล่องเรือหางยาวชมแม่น้ำซอง,พายเรือคยัค,เช่ารถ BUGGY, นั่งบอลลูน กิจกรรมต่างๆยังไม่รวมในรายการทัวร์กรุณาติดต่อหัวหน้าทัวร
  • ค่าเช่าจักรยาน คันละ50 -60 บาท  ไม่รวมในทริปทัวร์
  • กระติ๊บข้าวเหนียว ท่านไหนต้องการมีค่าใช้จ่าย ท่านละ100 บาท ต่อ 1 ชุด กรุณาแจ้งหัวหน้าทัวร์
เงื่อนไขการส่งอกสารที่ใช้ในการเดินทาง
  • เอกสารที่ใช้ในการเดินทางPASSPORT  ที่มีอายุการเดินทางไม่ต่ำกว่า 6 เดือน
  • กรุณาส่งรายละเอียดหน้าพาสปอร์ตให้บริษัทฯอย่างน้อย 10 -15 วัน ก่อนวันเดินทาง เพื่อประโยชน์ของท่านเอง
  • รายชื่อหากมีการเปลี่ยนแปลงหรือยอดจำนวนลดลง กรุณาแจ้งล่วงหน้าก่อนเดินทางอย่างน้อยช้าสุด 3 – 5 วัน เนื่องจากทางบริษัทมีการเตรียมการ ภาษี ค่าธรรมเนียมระหว่างด่านก่อนเดินทาง

เงื่อนไขการชำระ

  • มัดจำก่อนการเดินทาง 30 % ก่อนการเดินทาง อย่างน้อย 15 – 30 วัน เมื่อท่านได้ระบุวันในการเดินทางกับบริษัทเรียบร้อยแล้ว
  • ชำระด้วยการโอนเข้า บัญชีคุณธัญญารัตน์ อ่ำทิม   ธนาคารกสิกรไทย สาขาอัศวรรณ หมายเลขบัญชี 680 -212-7586
  • ที่เหลือชำระในวันเดินทางทั้งหมดกับเจ้าหน้าที่บริษัทที่ไปรับคณะก่อนเดินทางเข้าลาว

เงื่อนไขการยกเลิก

  • ในกรณียกเลิกการเดินทางหรือเลื่อนวันเดินทาง จะต้องแจ้งให้ทราบภายใน 30 วัน ก่อนวันเดินทาง
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 50% ของราคาทัวร์ทั้งหมด และสงวนสิทธิ์การคืนเงินมัดจำ
  • กรณีแจ้งยอดผู้เดินทาง ลดลงจากเดิม ก่อนเดินทาง 1 -2 วันหรือในวันเดินทาง หรือหลังจากที่การันตีกันไว้หลังจากส่งเอกสาร ซึ่งทางบริษัทได้เตรียมงานไปแล้วนั้น ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงิน และไม่สามารถเรียกร้องค่าบริการคืนได้  ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายเต็มตามจำนวนที่ได้การันตีและตามที่ตกลงกันไว้
  • เมื่อท่านตกลงชําระเงินค่าบริการไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนกับทางบริษัทฯ ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านได้ยอมรับในเงื่อนไขและข้อตกลงต่าง ๆ ที่ได้ระบุไว้ทั้งหมดนี้แล้ว
[/box]  
ติดต่อ – สอบถาม